กลืนยาบ้า โผล่อีก! นั่งสอบปากคำอยู่ดีๆ หนุ่มเกิดช็อก-ตาค้าง หามส่ง ร.พ.วุ่น รับเพิ่งกลืนยาบ้าไป 9 เม็ด ขณะวิ่งหนีการจับกุม เพื่อหวังทำลายหลักฐาน

กลืนยาบ้า วันที่ 14 มิ.ย. ที่ สภ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ได้ประสานไปยังหน่วยกู้ภัยสว่างนครลำปางธรรมสถาน ให้มารับตัวผู้ป่วยทราบชื่อคือ นายวิษณุ หล่ำแสง อายุ 28 ปี อดีตพนักงานบริษัทผลิตเเละจำหน่ายน้ำสลัดครีมเพื่อสุขภาพ ชีสดิปหลากรสราคาปลีก-ส่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติด โดยมีอาการใจสั่นตาค้างและมีลิ้นแข็ง หลังได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้กลืนยาบ้าลงท้องไป 9 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวส่งรักษา ร.พ.ลำปาง อย่างเร่งด่วน

โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ หล้าสมศรี สวป.สภ.เมืองลำปาง หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ร.ท.สรวิชญ์ ขาวเอี่ยม รอง ชป.สห.กกล.รส.จว.ลำปาง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจาก มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรีลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 5 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมจับกุมตัว นายยุทธการ พญาไทย อายุ 28 ปี และ นายวิษณุ ได้ของกลางยาบ้า 200 เม็ด จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองลำปาง

อย่างไรก็ตามทราบว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่จับกุมเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามตัวนายวิษณุ ซึ่งได้วิ่งหนีและทำท่าทางคล้ายกับพยายามจะกลืนยาบ้าลงไปในท้อง เมื่อจับกุมตัวได้ก็ยังให้การปฏิเสธ จนกระทั่งได้นำตัวมาสอบปากคำและดำเนินคดีที่ สภ.เมืองลำปาง นายวิษณุ ก็เกิดอาการใจสั่นตาค้าง พูดจาไม่รู้เรื่อง พร้อมทั้งรับสารภาพว่าตนเองได้กลืนยาบ้าไป 9 เม็ด ในขณะที่เจ้าหน้าที่ไล่จับกุม

ทั้งนี้อาการล่าสุดปลอดภัยดีแล้วแต่ยังคงพักรักษาตัวที่ ร.พ.ลำปาง และมีอาการอาเจียนอยู่ ซึ่งแพทย์จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยถือว่านายวิษณุ เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายที่ 2 ของ จ.ลำปาง ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) ที่ได้กลืนยาบ้าลงท้องไปจำนวน 75 เม็ด เพื่อหนีความผิดและกลัวตำรวจจับแต่ก็ไม่รอดพ้นจากการจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

สำหรับคดีดังกล่าวเมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย นำกำลังจับกุม นายพัฒนา พันธ์ศรีนวล อายุ 36 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 4 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด แต่ระหว่างสอบปากคำอยู่นั้น นายพัฒนา กลับมีอาการใจสั่นชักเกร็งพูดจาไม่รู้เรื่อง พร้อมรับสารภาพว่า ก่อนถูกจับกุมได้กลืนยาบ้าเข้าปากไป 75 เม็ด เนื่องจากกลัวความผิด จึงรีบส่งตัวไปรักษาอาการ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *