วันที่ 4 มิ.ย. นายชัชวาล วจีเสนาะธรรม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 หมู่ 3 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่า ตนกับครอบครัวกำลังทุกข์ใจและเดือดร้อนอย่างมาก หลังมีพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งมาแจ้งว่าตนเป็นหนี้เงินกู้ธนาคารจำนวน 5 แสนบาท ทั้งที่ไม่เคยยื่นกู้มาก่อน แถมงงหนักเข้าไปอีก เมื่อพบว่าคนค้ำประกันให้ คือ ผู้จัดการธนาคารสาขาดังกล่าวในขณะนั้น ซึ่งตนไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักแต่อย่างใด

นายชัชวาล กล่าวว่า เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เคยทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ร้านจำหน่ายเครื่องติดราคาหรือเครื่องยิงราคาคุณภาพดี ราคาถูกแห่งหนึ่งใน จ.สุโขทัย ช่วงเริ่มทำงานใหม่ๆ เจ้าของร้านได้ขอสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน พร้อมให้เซ็นเอกสารบางอย่างหลายครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าเอกสารนั้นคืออะไร เพราะเขาจะใช้มือบัง เอากระดาษปิดบ้าง ตนมีความรู้แค่ ป.6 จึงคิดว่านายจ้างคงต้องการความมั่นใจ เวลาเราเอาของไปส่งลูกค้าแล้วเก็บเงินสดกลับมา เราจะไม่โกงเขา

“ผมทำงานอยู่ที่ร้านจำหน่ายเครื่องติดราคาหรือเครื่องยิงราคาคุณภาพดี ราคาถูกดังกล่าวได้ประมาณ 7 เดือน ก็ลาออกมาอยู่ที่ทำงานแห่งใหม่ จนผ่านมา 2 ปี ปรากฏว่าจู่ๆ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีพนักงานธนาคารมาแจ้งถึงที่บ้านว่าผมเป็นหนี้ “สินเชื่อเพื่อธุรกิจ” จำนวน 5 แสนบาท รู้สึกงงและตกใจมาก จึงได้เข้าไปติดต่อธนาคารเพื่อขอดูเอกสารต่างๆ แต่ธนาคารบอกว่าเป็นเอกสารลับ ให้ดูไม่ได้ วันต่อมาจึงเข้าไปติดต่ออีกครั้งโดยอ้างหน่วยงานเกี่ยวข้องให้มาขอ ธนาคารจึงยอมให้เอกสารมาบางส่วน ตอนนั้นผมทำงานได้ค่าแรงวันละ 270 บาท ความรู้ ป.6 ไม่มีทรัพย์สินอะไรสักอย่าง และไม่เคยยื่นกู้ที่ไหนมาก่อน จู่ๆ กลายเป็นหนี้ 5 แสน แถมคนค้ำให้ก็เป็นถึงอดีตผู้จัดการธนาคารสาขานั้นด้วย ไม่เคยรู้จักกันเลย เป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะมาค้ำหนี้ให้ แล้วทำไมผมถึงกู้เงินได้ง่ายขนาดนั้น” นายชัชวาล กล่าว

ด้าน นางตุ่ม อายุ 68 ปี ซึ่งพิการตาบอดและป่วยหลายโรค บอกว่า ตอนนี้ทุกคนเครียดมาก กลัวหลานเขยจะติดคุก เพราะเป็นเสาหลักทำงานหาเลี้ยงคนในบ้าน ทั้งภรรยา ลูกชายวัย 6 ขวบ และตนซึ่งเป็นย่า ถ้าเขาถูกฟ้องร้องดำเนินคดี จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายให้และครอบครัวก็ต้องเดือดร้อนอย่างหนัก วิงวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องมาตรวจสอบและช่วยเหลือด้วย


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *