ผบช.ภาค 6 แจงสังคมให้ ‘รตอ.-รตท.-สตอ.’ สังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.พิษณุโลก กลับเข้ารับราชการ หลังตกเป็นผู้ต้องหาใช้ปืนไล่ยิงรถ ทำร้าย 5 นักศึกษาเมื่อปี 59 ที่่เกิดเเหตุอยู่เเถวร้านจำหน่ายเครื่องติดราคาหรือเครื่องยิงราคา ราคาถูกรายใหญ่ โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกทั้ง 3 คนโดยไม่รอลงอาญา ระบุ ต้องรอคำพิพากษาศาลถึงที่สุด ย้ำไม่ได้ช่วยเหลือตำรวจที่กระทำความผิด แต่ต้องทำไปตามขั้นตอนกฎหมาย พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547 มาตรา 87 วรรคสอง ชี้หากถึงที่สุดแล้วศาลฎีกาตัดสินมีความผิดจริง ก็ต้องได้รับโทษและออกจากราชการทันที

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่สภ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภาค 6 พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกันแถลงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความจากเพจเฟซบุ๊กของทนายความ นายเกิดผล แก้วเกิด ซึ่งโพสต์ระบุว่า ข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค 6 ประกอบด้วย ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ และ ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร สังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.พิษณุโลก ซึ่งตกเป็นจำเลยทำร้ายร่างกายนักศึกษา 5 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสทางร่างกายและจิตใจ เมื่อเดือนมี.ค. 2559 ปัจจุบันศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกทั้ง 3 คนโดยไม่รอลงอาญา แต่ต่อมาปรากฎว่าตำรวจภูธรภาค 6 มีคำสั่งให้ทั้ง 3 นายกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม ยศเดิม และเงินเดือนเท่าเดิม

โดยพล.ต.ท.ทวิชชาติ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริง อยากให้ตำรวจชี้แจงกับพี่น้องประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจภูธรภาค 6 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ว่าต้องคดีอาญาจึงมีเหตุอันควรให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎ ก.ตร. กระทั่งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2560 ภ.จว.พิษณุโลก รายงานว่าคณะกรรมการสอบสวนได้พิจารณาแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงให้รอคำพิพากษาศาลถึงที่สุด เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งการทางวินัย หากแต่การพิจารณาสั่งการทางวินัยไม่แล้วเสร็จ จึงขยายระยะเวลาการพิจารณาสั่งการทางวินัย ครั้งที่ 1 ออกไปมีกำหนด 60 วัน แต่คดีอาญายังไม่สิ้นสุดก็ต้องขยายระยะเวลาการพิจารณาสั่งการทางวินัย ครั้งที่ 2 ออกไปอีก 60 วัน เนื่องจากต้องรอคำพิพากษาศาลถึงที่สุดประกอบการพิจารณา

“ซึ่งตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547 มาตรา 87 วรรคสอง จะต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน กลับคืนสู่ฐานะเดิมนับแต่วันครบกำหนดเวลา จึงเสนอเรื่องมายังตำรวจภูธรภาค 6 ดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาคืนสู่ฐานะเดิมต่อไป ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.เป็นต้นไป ซึ่งบก.ภ.จว.พิษณุโลก ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561 ให้ข้าราชการตำรวจที่ถูกกล่าวหาและอยู่ระหว่างดำเนินเรื่องสู้คดีในชั้นศาลฎีกา ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ฝ่ายอำนวยการ ภ.จว.พิษณุโลก

ขอยืนยันว่าตำรวจภูธรภาค 6 ไม่ได้ช่วยเหลือตำรวจที่กระทำความผิด แต่ต้องทำไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งกระบวนการทางคดีอาญาและการดำเนินการทางวินัยควบคู่กันไป หากถึงที่สุดแล้วศาลฎีกาตัดสินมีความผิดจริง ผู้กล่าวหาก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมายและออกจากราชการทันที นอกจากนี้ถ้าหากผู้เสียหาย มีเรื่องไม่สบายใจหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร สามารถเข้ามาปรึกษากับตนได้โดยตรง ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของตำรวจที่รับใช้ประชาชนทุกคน” พล.ต.ท.ทวิชชาติ ระบุ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *