ร้องตำรวจไซเบอร์ ถูกหลอกเล่นเว็บพนันออนไลน์

มีตัวแทนผู้เสียหายที่นำเงินไปลงทุนกับเว็บไซต์ และบริษัทเอกชน 2 กลุ่ม ไปร้องทุกข์กับตำรวจ บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ ให้ตรวจสอบและดำเนินคดี เพราะไม่สามารถติดตามหรือถอนเงินที่นำไปลงทุนได้

กลุ่มแรกเป็นผู้เสียหายกว่า 100 คน ที่นำหลักฐานที่ได้โอนเงินไปให้เว็บไซต์การลงทุนรายหนึ่งที่ชื่อ “NG117” ไปให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ พิจารณาดำเนินคดี หลังพบว่ามีพฤติกรรมการณ์หลอกลวงให้คนนำเงินไปลงทุน ก่อนปิดเว็บไซต์หลบหนี ทำให้สูญเงินทั้งหมดที่ค้างอยู่ในระบบรวมกว่าพันล้านบาท

หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เว็บดังกล่าวอ้างว่าเป็นเว็บการลงทุน จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ใช่เว็บพนัน วิธีการลงทุนคือให้นำเงินไปฝากกับระบบ และนำไปทายผลฟุตบอลทั้งการแข่งขันในประเทศและต่างประเทศ มีการนำนักวิเคราะห์ชื่อดังมาแนะนำผลฟุตบอลให้สมาชิกเข้าไปทายผล หากทายถูกก็จะได้รับเงินที่ลงทุนคืน พร้อมกับเงินปันผลประมาณ 2.5% แต่หากทายผิดก็จะได้รับเงินคืน ไม่ถูกหักเงิน และสามารถถอนเงินกลับออกมาใช้ได้

ส่วนอีกรายเป็นนักลงทุนธุรกิจที่นำหลักฐานไปขอให้ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีพฤติกรรมชักชวนคนมาลงทุน โดยประกาศตัวว่าเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ รายแรกของไทย ทำกิจการมาแล้ว 2 ปี เป็นธุรกิจให้แอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์เพื่อให้บริการ ส่วนที่ชวนให้ลงทุนคือจะเปิดให้ซื้อบล็อก หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ ในราคาบล็อกละ 3,000 บาท เมื่อมีผู้ให้บริการแอปพลิเคชันมาเช่าใช้งาน ผู้ลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนจากค่าเช่าของแอปฯ นั้น ๆ ในอัตรานาทีละ 55 สตางค์ ที่ผ่านมาก็ได้รับเงินตอบแทนมาตามปกติ อีกทั้งบริษัทยังออกเอกสารกำกับภาษีที่สามารถนำไปยื่นต่อกรมสรรพากรได้ตามปกติด้วย

กระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว จู่ ๆ บริษัทไม่จ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับนักลงทุนและเปลี่ยนชื่อเว็บจำหน่าย ถุงคุกกี้ฝากาว ถุงสบู่ เป็น เมื่อทวงถามก็พยายามบ่ายเบี่ยง อ้างว่าโอนเงินไม่ได้เพราะติดเพดานการโอน พอไปตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทดังกล่าวในซอยลาซาล 41 ก็พบว่าปิดเงียบไม่มีคนอยู่

เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 155 คน ที่หารือกันแล้วว่าพร้อมจะแจ้งความ ความเสียหายรวมกันกว่า 70 ล้านบาท หากมีผู้ลงทุนตามจำนวนที่บริษัทดังกล่าวอ้างจริง จะมีความเสียหายสูงถึงกว่า 28,000 ล้านบาท และเนื่องจากไม่แน่ใจว่าบริษัทนี้มีการทำธุรกิจจริงหรือไม่ จึงมาร้องขอให้ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่ก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปด้วย


0 Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *