หลานชายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ใช้ขวานฟันย่าแท้ๆ จนสิ้นใจ ก่อนจะนำรถจักรยานยนต์มาทับร่างแล้วจุดไฟเผา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วานนี้ (12 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ รับแจ้งเหตุมีชายคุ้มคลั่งใช้ขวานทำร้ายผู้อื่น จึงได้นำกำลังออกแล้วระงับเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 6 บ้านยางเครือพัฒนา ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา พบ นายอำคา อายุ 38 ปี อยู่ในอาการคุ้มคลั่งใช้ขวานฟัน นางหนู อายุ 80 ปี ย่าแท้ๆ ของนายอำคา จากนั้นได้จุดไฟเผาร่างของนางหนู ซึ่งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ต่างหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (13 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบกับ นายสุริยัน อายุ 22 ปี น้องชายของนายอำคา อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุ โดย นายสุริยันต์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงสายของวันที่ 12 ก.ย. นายอำคา ผู้ก่อเหตุได้เดินทางกลับมาจากบ้านของภรรยาซึ่งอยู่เป็นในหมู่บ้านใกล้เคียงกัน

เมื่อมาถึงระหว่างทางนายอำคาได้ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ผู้เห็นเหตุการณ์จึงได้โทรแจ้งรถกู้ชีพฉุกเฉิน 1669 เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมราชวงศา จากนั้นได้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ตนและแม่ได้เดินทางตามไปที่โรงพยาบาล พบว่านายอำคาอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งได้ทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาล โดยใช้กำปั้นทุบที่ประตูอาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาลอำนาจเจริญ ทำให้กระจกแตกเสียหาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจระงับเหตุ จึงได้ติดต่อให้แม่และตนเองไปเกลี้ยกล่อม เมื่อแม่ไปถึงจึงได้พูดเกลี่ยกล่อม นายอำคาจึงยอมขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งก่อนกลับบ้านได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ฐานทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาลอำนาจเจริญ และเซ็นยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย

โดยระหว่างนั่งรถกลับมาที่บ้านนายอำคา ก็มีอาการคลุ้มคลั่งจะฆ่าแม่ของตนเอง โดยบอกว่าไม่ใช่แม่ เป็นใครก็ไม่รู้ เมื่อมาถึงที่บ้านก็มีอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนัก ตนจึงได้ให้แม่ไปซ่อนที่อื่นเพราะกลัวจะถูกทำร้าย

ต่อมาชาวบ้านมาช่วยกันเกลี้ยกล่อมแต่ไม่เป็นผลยิ่งอาละวาดหนัก คลุ้มคลั่งจะทำร้ายชาวบ้านที่มาคอยห้าม ญาติพี่น้องจึงได้ไปตาม นางหนู ย่าของผู้ก่อเหตุมาเกลี้ยกล่อม เนื่องจากผู้ก่อเหตุเชื่อฟังย่าเป็นอย่างมาก เมื่อมาถึงคุณย่าก็ได้เดินเข้าไปพูดคุยกับนายอำคา แต่ไม่เป็นผล

ต่อมา นายบุญ อายุ 56 ปี รปภโรงงานผลิต กล่องใส่ส้ม กล่องเจาะรู ซึ่งเป็นอาของผู้ก่อเหตุ จึงเดินตามเข้าไปกลัวว่านายอำคาจะทำร้ายนางหนู เมื่อไปถึงนายอำคาก็ขว้าขวนที่อยู่ครัวฟันนายบุญ นายบุญจึงยกแขนขึ้นกัน จึงได้ถูกฟันที่แขวข้างขวา จากนั้นนายบุญจึงวิ่งหนีออกมา

นายอำคาก็วิ่งตามออกมาจากหลังบ้านแต่ตามไม่ทัน จึงวิ่งกลับเข้าไปหานางหนู และใช้ขวานฟันเข้าที่ท้ายทอย จนนางหนูล้มฟุบลง จากนั้นก็ได้ฟันซ้ำอีกหลายครั้ง กระทั่งนางหนูผู้เป็นย่า ได้แน่นิ่งไป นายอำคาจึงได้ลากรถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ใกล้ไปจำนวน 2 คัน มาทับร่างของนางหนู และเศษไม้เศษผ้าที่วางอยู่ใกล้มาทับตัวนางหนู ก่อนจะจุดไฟเผา

ในขณะที่กำลังเผา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาถึง นายอำคาเห็นรถตำรวจจึงได้ขว้างแท่งเหล็กใส่รถตำรวจจนกระด้านข้างคนขับแตก แต่เคราะห์ดีที่ไม่โดนคนขับ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มีชาวบ้านขับรถผ่านมา นายอำตาจึงถือขวานวิ่งไล่ฟัน ชาวบ้านคนดังกล่าวจึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์และวิ่งหนี

นายอำคาจึงได้นำรถจักรยานยนต์ของชาวที่ทิ้งไว้นำไปจุดไฟเผา ที่กระท่อมข้างทางอีกคัน รวม 3 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมตัวนายอำคาเอาไว้ได้ และได้นำตัวส่ง รพ.ปทุมราชวงศา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุทธิกาจน์ ฟักทอง ผผก.สภ ปทุมราชวงศา กล่าวว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา อำพรางศพ และขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จากนั้นจะนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ฝากขังในวันพรุ่งนี้ ส่วนสาเหตุที่ คลุ้มคลั่งนั้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานอาจเกิดการใช้สารเสพติด